Menu
เที่ยวแคนาดา_ทัวร์แคนาดา

Prince Edward Island เกาะสีแดงแห่งแคนาดา

หากพูดถึงจุดหมายปลายทางที่สวยงามและมีเสน่ห์ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศแคนาดา หลายคนอาจนึกถึงเทือกเขาร็อกกี น้ำตกไนแองการา หรือเมืองใหญ่อย่างโตรอนโตและแวนคูเวอร์ แต่ทางชายฝั่งตะวันออกของประเทศ ยังมีเกาะเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความงดงามของธรรมชาติ วัฒนธรรม และเรื่องราวทางวรรณกรรมอย่าง Prince Edward Island (PEI) หรือที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกรู้จักกันในชื่อ “เกาะสีแดงแห่งแคนาดา”

เกาะแห่งนี้เป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของประเทศ แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ผู้มาเยือนหลงรักตั้งแต่ก้าวแรก

ทำไม Prince Edward Island ถึงถูกเรียกว่า “เกาะสีแดง”?

เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของ Prince Edward Island คือ หน้าผาและชายหาดสีแดงเข้ม ซึ่งเกิดจากดินทรายที่อุดมไปด้วยแร่เหล็ก เมื่อสัมผัสกับอากาศจึงเกิดการออกซิไดซ์จนกลายเป็นสีแดงสด ตัดกับน้ำทะเลสีฟ้าและทุ่งหญ้าสีเขียวได้อย่างสวยงาม เป็นภาพที่หาชมได้ยากจากที่อื่นในโลก

ในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก สีของหน้าผาและชายหาดจะยิ่งโดดเด่น กลายเป็นหนึ่งในมุมถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยวและช่างภาพจากทั่วโลก

ดินแดนแห่ง Anne of Green Gables

สำหรับคนรักวรรณกรรม Prince Edward Island คือบ้านของนิยายระดับโลก Anne of Green Gables ผลงานของ Lucy Maud Montgomery ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1908 และได้รับการแปลมากกว่า 40 ภาษา จนกลายเป็นหนึ่งในวรรณกรรมเยาวชนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก เรื่องราวของ “แอนน์ เชอร์ลีย์” เด็กหญิงผมแดงผู้มีจินตนาการอันสดใส ไม่เพียงสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้อ่านหลายชั่วอายุคน แต่ยังทำให้ Prince Edward Island กลายเป็นจุดหมายในฝันของแฟนหนังสือจากทั่วโลก

บ้าน Green Gables ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสำคัญของผู้ประพันธ์ ยังคงได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างงดงามภายใน Green Gables Heritage Place นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมบ้านสีเขียวอันเป็นเอกลักษณ์ ห้องต่าง ๆ ที่ตกแต่งตามบรรยากาศในนิยาย รวมถึงสวนดอกไม้และเส้นทางเดินธรรมชาติที่เต็มไปด้วยต้นเมเปิลและป่าสน ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ที่จุดประกายจินตนาการของ Lucy Maud Montgomery

บ้าน Green Gables

นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญอีกหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับผู้ประพันธ์และเรื่องราวของแอนน์ ไม่ว่าจะเป็น Avonlea Village หมู่บ้านจำลองที่ถ่ายทอดวิถีชีวิตในยุคศตวรรษที่ 19 พิพิธภัณฑ์ และสถานที่จัดแสดงละครเวที Anne of Green Gables – The Musical ซึ่งเปิดการแสดงต่อเนื่องมายาวนานและกลายเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเกาะแห่งนี้

การมาเยือน Prince Edward Island จึงไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยวชมธรรมชาติอันสวยงามเท่านั้น แต่ยังเป็นการเดินทางเข้าสู่โลกแห่งวรรณกรรมที่มีชีวิต ได้สัมผัสบรรยากาศชนบทอันเงียบสงบ ทุ่งหญ้าสีเขียว บ้านเรือนสไตล์วิกตอเรียน และถนนสายเล็ก ๆ ที่ชวนให้นึกถึงฉากต่าง ๆ ในหนังสือ ราวกับได้ย้อนเวลากลับไปใช้ชีวิตร่วมกับแอนน์ เด็กหญิงผมแดงผู้เปี่ยมด้วยความฝัน ความหวัง และพลังแห่งจินตนาการ

สำหรับผู้ที่หลงใหลทั้งธรรมชาติและวรรณกรรม การได้มาเยือน Prince Edward Island สักครั้ง ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและควรค่าแก่การจดจำตลอดชีวิต.

ธรรมชาติที่งดงามตลอดทั้งปี

Prince Edward Island เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สามารถเดินทางมาเยือนได้ตลอดทั้งปี เพราะแต่ละฤดูกาลต่างมอบเสน่ห์และบรรยากาศที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าคุณจะเป็นสายธรรมชาติ สายถ่ายภาพ หรือผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวแบบสโลว์ไลฟ์ ก็สามารถตกหลุมรักเกาะแห่งนี้ได้ไม่ยาก

ฤดูใบไม้ผลิ (Spring | เมษายน – มิถุนายน)
เมื่อหิมะละลาย ธรรมชาติบนเกาะก็เริ่มกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ดอกไม้ป่านานาชนิดและสวนดอกไม้สีสันสดใสเริ่มผลิบานทั่วทั้งเกาะ ต้นไม้แตกยอดอ่อนสีเขียวสด อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับการเดินเล่น ชมสวน และถ่ายภาพท่ามกลางธรรมชาติที่กำลังฟื้นคืนชีวิต

ฤดูร้อน (Summer | มิถุนายน – กันยายน)
ถือเป็นช่วงเวลาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการมาเยือน Prince Edward Island อากาศอบอุ่นกำลังดี เหมาะสำหรับกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าจะเป็นการปั่นจักรยานบนเส้นทาง Confederation Trail ที่ทอดยาวกว่า 400 กิโลเมตร การเล่นกอล์ฟในสนามระดับโลก การพายเรือคายัก ล่องเรือชมอ่าว หรือพักผ่อนริมชายหาดสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ นักท่องเที่ยวยังสามารถแวะชมตลาดท้องถิ่นและเทศกาลดนตรีที่จัดขึ้นตลอดฤดูร้อนอีกด้วย

ฤดูใบไม้ร่วง (Autumn | กันยายน – พฤศจิกายน)
ฤดูแห่งสีสันที่งดงามที่สุดของปี เมื่อใบเมเปิลและต้นไม้ทั่วทั้งเกาะเปลี่ยนเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง สร้างทัศนียภาพราวกับภาพวาด ถนนสายชนบทที่ทอดผ่านทุ่งนาและป่าไม้กลายเป็นเส้นทางยอดนิยมสำหรับการขับรถชมวิว (Scenic Drive) พร้อมอากาศเย็นสบาย เหมาะแก่การถ่ายภาพและดื่มด่ำกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม

ฤดูหนาว (Winter | ธันวาคม – มีนาคม)
แม้จะเป็นช่วงที่มีหิมะปกคลุมทั่วทั้งเกาะ แต่ Prince Edward Island ก็มีเสน่ห์ในแบบที่เงียบสงบและโรแมนติก บ้านเรือนสีสดตัดกับหิมะสีขาว ประภาคารริมทะเล และชายฝั่งที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง สร้างบรรยากาศราวกับเมืองในเทพนิยาย นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสวิถีชีวิตแบบชาวแคนาดาแท้ ๆ พร้อมร่วมกิจกรรมฤดูหนาว เช่น เดินป่าบนหิมะ (Snowshoeing) เล่นสกีข้ามทุ่ง (Cross-country Skiing) หรือพักผ่อนในคาเฟ่อบอุ่นพร้อมชิมอาหารท้องถิ่น

นอกจากธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาลแล้ว Prince Edward Island ยังเต็มไปด้วย ประภาคารสีขาว กว่า 60 แห่งที่กระจายอยู่ตามแนวชายฝั่ง หมู่บ้านชาวประมงเล็ก ๆ ที่ยังคงวิถีชีวิตดั้งเดิม ท่าเรือสีสันสดใส และเส้นทางเลียบชายฝั่งที่สามารถขับรถชมวิวได้อย่างเพลิดเพลิน โดยเฉพาะเส้นทาง North Cape Coastal Drive, Central Coastal Drive และ Points East Coastal Drive ซึ่งเป็นเส้นทางยอดนิยมที่พานักท่องเที่ยวผ่านชายหาดสีแดง หน้าผา ทุ่งหญ้า และหมู่บ้านอันแสนสงบ

ไม่ว่าจะเดินทางมาในฤดูใด Prince Edward Island ก็พร้อมมอบประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าประทับใจ ทั้งความงดงามของธรรมชาติ วิถีชีวิตที่เรียบง่าย และบรรยากาศอันเงียบสงบที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาเยือนอีกครั้ง จึงไม่น่าแปลกใจที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้จะได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่สวยงามที่สุดของแคนาดาและชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ.

สวรรค์ของคนรักอาหารทะเล

Prince Edward Island ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในแหล่งผลิตอาหารทะเลคุณภาพดีที่สุดของประเทศแคนาดา ด้วยทำเลที่ตั้งซึ่งโอบล้อมด้วยน่านน้ำสะอาดของ อ่าวเซนต์ลอว์เรนซ์ (Gulf of St. Lawrence) และมหาสมุทรแอตแลนติก ทำให้เกาะแห่งนี้อุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเลสดใหม่ตลอดทั้งปี จนได้รับฉายาว่าเป็น “Seafood Capital of Atlantic Canada” และเป็นจุดหมายปลายทางที่นักชิมจากทั่วโลกต้องมาเยือน

อาหารทะเลขึ้นชื่อที่ไม่ควรพลาด ได้แก่

ล็อบสเตอร์สด (Atlantic Lobster) – ราชาแห่งอาหารทะเลของ Prince Edward Island เนื้อแน่น หวาน สดใหม่จากทะเล นิยมเสิร์ฟทั้งแบบนึ่ง ย่าง หรือทำเป็น Lobster Roll แสนอร่อย

หอยนางรมคุณภาพระดับโลก (PEI Oysters) – หอยนางรมจาก Prince Edward Island ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ ด้วยรสชาติหวานละมุน เนื้อแน่น และความสดที่มาจากการเลี้ยงในน้ำทะเลสะอาด หลายร้านเสิร์ฟแบบสดพร้อมเลมอนและซอสสูตรเฉพาะ

หอยแมลงภู่ (Blue Mussels) – อีกหนึ่งเมนูยอดนิยมของเกาะ ด้วยขนาดใหญ่ เนื้อหวาน และคุณภาพเยี่ยม นิยมนำมาปรุงกับไวน์ขาว กระเทียม และสมุนไพร กลายเป็นเมนูที่นักท่องเที่ยวแทบทุกคนต้องสั่ง

ปูหิมะ (Snow Crab) – เนื้อปูหวานละเอียด รับประทานคู่กับเนยละลายหรือซอสซีฟู้ด เป็นอีกหนึ่งเมนูที่ได้รับความนิยมในช่วงฤดูกาลจับปู

มันฝรั่ง Prince Edward Island – แม้จะไม่ใช่อาหารทะเล แต่ก็เป็นผลผลิตขึ้นชื่อของเกาะ ด้วยดินสีแดงที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ ทำให้มันฝรั่งที่ปลูกที่นี่มีคุณภาพดี เนื้อแน่น และรสชาติเป็นเอกลักษณ์ จนได้รับการส่งออกไปยังหลายประเทศทั่วโลก

นอกจากวัตถุดิบชั้นเลิศแล้ว Prince Edward Island ยังมีร้านอาหารทะเลตั้งแต่ร้านเล็ก ๆ ริมท่าเรือไปจนถึงร้านอาหารระดับ Fine Dining ที่เลือกใช้วัตถุดิบสดใหม่จากชาวประมงในแต่ละวัน นักท่องเที่ยวสามารถนั่งรับประทานอาหารพร้อมชมวิวทะเลแอตแลนติก ฟังเสียงคลื่น และสัมผัสวิถีชีวิตของชุมชนชาวประมงที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน

หากมีโอกาสเดินทางในช่วงฤดูร้อนและต้นฤดูใบไม้ร่วง ยังสามารถร่วมงานเทศกาลอาหารทะเลและงาน Fall Flavours Festival ซึ่งรวบรวมเชฟชื่อดังและวัตถุดิบท้องถิ่นมารังสรรค์เมนูสุดพิเศษ ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติของ Prince Edward Island อย่างแท้จริง

การได้ลิ้มลองอาหารทะเลสด ๆ พร้อมชมวิวชายฝั่งสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะ จิบไวน์หรือคราฟต์เบียร์ท้องถิ่น และดื่มด่ำกับบรรยากาศริมทะเลแอตแลนติก ถือเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่ทำให้การมาเยือน Prince Edward Island สมบูรณ์แบบ และเป็นความทรงจำที่นักท่องเที่ยวหลายคนประทับใจไม่รู้ลืม.

Confederation Bridge สะพานเชื่อมเกาะที่ยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของ Prince Edward Island คือ Confederation Bridge สะพานคอนกรีตข้ามทะเลที่มีความยาวประมาณ 12.9 กิโลเมตร (8 ไมล์) เชื่อมเกาะ Prince Edward Island กับเมือง Cape Jourimain ในรัฐ New Brunswick ถือเป็นหนึ่งในสะพานที่ทอดข้ามผืนน้ำซึ่งปกคลุมด้วยน้ำแข็งตามฤดูกาล (Ice-Covered Waters) ที่ยาวที่สุดในโลก และยังเป็นผลงานด้านวิศวกรรมที่โดดเด่นของประเทศแคนาดา

Confederation Bridge

ก่อนที่สะพานแห่งนี้จะเปิดใช้งานในปี ค.ศ. 1997 ผู้ที่ต้องการเดินทางมายัง Prince Edward Island จำเป็นต้องใช้บริการเรือเฟอร์รี่ ซึ่งใช้เวลานานและขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ แต่หลังจากการเปิดใช้ Confederation Bridge การเดินทางสู่เกาะก็สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยสามารถขับรถข้ามสะพานได้ภายในเวลาประมาณ 10–12 นาที

สะพานได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อรองรับสภาพอากาศอันรุนแรงของมหาสมุทรแอตแลนติก ทั้งลมแรง คลื่นทะเล และแผ่นน้ำแข็งในช่วงฤดูหนาว เสาค้ำสะพานถูกออกแบบให้มีรูปทรงพิเศษเพื่อช่วยแยกและผลักน้ำแข็ง ลดแรงกระแทกต่อโครงสร้าง ทำให้สะพานสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี

ระหว่างการขับรถข้ามสะพาน นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสวิวแบบ 360 องศา ของอ่าว Northumberland Strait ที่ทอดยาวสุดสายตา ในวันที่อากาศแจ่มใสสามารถมองเห็นท้องทะเลสีฟ้าตัดกับท้องฟ้าได้อย่างงดงาม ส่วนในช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก แสงสีทองที่สะท้อนบนผิวน้ำสร้างทัศนียภาพอันน่าประทับใจ จนกลายเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ช่างภาพและนักเดินทางต่างเฝ้ารอ

ในฤดูหนาว หากสภาพอากาศเอื้ออำนวย นักท่องเที่ยวอาจได้เห็นแผ่นน้ำแข็งลอยปกคลุมผิวน้ำใต้สะพาน เป็นภาพที่หาชมได้ยากและสะท้อนเสน่ห์ของชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกได้อย่างสวยงาม

สำหรับหลายคน Confederation Bridge ไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางคมนาคมเท่านั้น แต่ยังเปรียบเสมือน “ประตูสู่ Prince Edward Island” ที่ต้อนรับนักท่องเที่ยวเข้าสู่ดินแดนแห่งหน้าผาสีแดง ชายหาดอันงดงาม และโลกของ Anne of Green Gables การได้ขับรถข้ามสะพานพร้อมชมวิวทะเลสุดลูกหูลูกตา จึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ที่ทำให้การเดินทางสู่เกาะแห่งนี้เริ่มต้นด้วยความประทับใจ

ทำไมควรไป Prince Edward Island สักครั้ง?

Prince Edward Island อาจไม่ได้เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของแคนาดา แต่กลับเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ของธรรมชาติ ความสงบ วิถีชีวิตเรียบง่าย และประวัติศาสตร์ที่มีเอกลักษณ์ ไม่ว่าจะเป็นชายหาดสีแดง บ้าน Green Gables อาหารทะเลสด หรือบรรยากาศชนบทแบบแคนาดาแท้ ๆ ล้วนทำให้ที่นี่กลายเป็นจุดหมายที่หลายคนตกหลุมรัก

เที่ยว Prince Edward Island กับ “รักนะแคนาดา”

หากคุณกำลังวางแผน เที่ยวแคนาดา และอยากสัมผัสเสน่ห์ของ Prince Edward Island เกาะสีแดงแห่งแคนาดา อย่างครบทุกไฮไลต์ ให้ รักนะแคนาดา ดูแลทุกขั้นตอนของการเดินทาง ด้วยโปรแกรม ทัวร์แคนาดา ที่ออกแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พาคุณเที่ยวทั้งเมืองสำคัญและสถานที่ Unseen พร้อมไกด์ที่มีประสบการณ์ ให้การเดินทางสะดวก อุ่นใจ และเต็มไปด้วยความประทับใจ

ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหา แคนาดาทัวร์, เที่ยว Canada, Canada เที่ยว, หรือกำลังเปรียบเทียบ บริษัททำทัวร์ และโปรแกรม อเมริกาทัวร์ ควบคู่กับเส้นทางแคนาดา รักนะแคนาดา พร้อมพาคุณออกเดินทางสู่ประสบการณ์สุดพิเศษ ที่จะทำให้การ เที่ยวแคนาดา ครั้งนี้เป็นความทรงจำที่น่าประทับใจตลอดไป