แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับ สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืน อย่างจริงจัง รัฐบาลแคนาดาได้กำหนดนโยบายและมาตรการด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างครอบคลุม ทั้งในระดับประเทศ เมือง และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ นักท่องเที่ยวที่วางแผนเดินทางไปแคนาดาจึงควรรู้และปฏิบัติตาม เพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเคารพกฎระเบียบท้องถิ่น บทความนี้จะพาไปรู้จักนโยบายรักษ์โลกสำคัญของแคนาดาที่นักท่องเที่ยวควรรู้ก่อนออกเดินทาง
แคนาดาใส่ใจสิ่งแวดล้อมอย่างไร?
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ให้ความสำคัญกับการ คุ้มครองสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน ระดับนโยบายทั้งบนเวทีโลกและในประเทศเอง ภายใต้กรอบกฎหมาย องค์กรรัฐบาล และโครงการต่าง ๆ ที่ส่งผลโดยตรงต่อวิธีการท่องเที่ยวของคุณเมื่ออยู่ที่นี่
1.กฎหมายหลักด้านสิ่งแวดล้อมของแคนาดา
Canadian Environmental Protection Act (CEPA)
Canadian Environmental Protection Act (CEPA) ถือเป็นกฎหมายสิ่งแวดล้อมฉบับสำคัญที่สุดของแคนาดา ทำหน้าที่เป็นกรอบหลักในการ ป้องกันมลพิษและคุ้มครองสิ่งแวดล้อมในระดับประเทศ โดยครอบคลุมตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรม เมือง ไปจนถึงคุณภาพชีวิตของประชาชนและนักท่องเที่ยว
เป้าหมายหลักของ CEPA ได้แก่
- ป้องกันมลพิษตั้งแต่ต้นทาง ไม่ใช่แค่แก้ไขเมื่อเกิดปัญหาแล้ว
- ควบคุมและจำกัดการใช้สารอันตราย เช่น สารเคมี สารพิษ โลหะหนัก
- ส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืน ให้เศรษฐกิจเติบโตควบคู่กับการรักษาสิ่งแวดล้อม
- คุ้มครองสุขภาพของประชาชนและระบบนิเวศ ทั้งมนุษย์ สัตว์ และพืช
ในทางปฏิบัติ CEPA มีความเข้มงวดมาก เช่น
- กำหนดมาตรฐานคุณภาพ อากาศ น้ำ และดิน
- ควบคุมการปล่อยสารพิษจากโรงงาน ยานพาหนะ และกิจกรรมต่าง ๆ
- จัดการของเสียและขยะอันตรายอย่างเป็นระบบ

ผลต่อการท่องเที่ยวโดยตรง
นักท่องเที่ยวจะสัมผัสผลลัพธ์ของ CEPA ได้อย่างชัดเจน เช่น
- อากาศในเมืองใหญ่มีคุณภาพดี เหมาะแก่การเดินเที่ยว
- ทะเลสาบ แม่น้ำ และอุทยานแห่งชาติมีความสะอาด
- พื้นที่ธรรมชาติยังคงสมบูรณ์และปลอดภัยต่อสุขภาพ
กล่าวได้ว่า CEPA เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้แคนาดาเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่อง สิ่งแวดล้อมสะอาดและธรรมชาติอุดมสมบูรณ์
Species at Risk Act (SARA) เป็นกฎหมายที่มุ่งเน้นการ ปกป้องสัตว์และพืชที่มีความเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่ได้รับผลกระทบจากกิจกรรมของมนุษย์ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย

สาระสำคัญของกฎหมายนี้ ได้แก่
- ระบุรายชื่อสัตว์และพืชที่อยู่ในภาวะเสี่ยง
- ห้ามล่า จับ รบกวน หรือทำลายถิ่นที่อยู่ของสายพันธุ์ที่ได้รับการคุ้มครอง
- ดำเนินโครงการ ฟื้นฟูถิ่นที่อยู่อาศัย (Habitat Recovery)
- ทำงานร่วมกับชุมชนท้องถิ่นและชนพื้นเมืองในการอนุรักษ์
สัตว์ป่าที่ได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายนี้ เช่น
- คาริบู (Caribou)
- หมีดำ และหมีขั้วโลก
- นกอพยพและสัตว์น้ำหลายชนิด
ผลต่อการท่องเที่ยว
- นักท่องเที่ยวสามารถพบเห็นสัตว์ป่าในธรรมชาติได้มากขึ้น
- แหล่งท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติและเชิงอนุรักษ์ (Eco-tourism) มีความยั่งยืน
- มีกฎชัดเจน เช่น ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า หรือเข้าใกล้เกินกำหนด
กฎหมายนี้ช่วยให้การท่องเที่ยวในแคนาดาไม่ใช่แค่ “ชมธรรมชาติ” แต่เป็นการ อยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างเคารพและรับผิดชอบ
2.การจัดการพื้นที่ธรรมชาติและอุทยานแห่งชาติของแคนาดา
แคนาดาเป็นประเทศที่มีพื้นที่ธรรมชาติขนาดใหญ่และหลากหลาย ทั้งภูเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ และชายฝั่ง รัฐบาลจึงมีกฎหมายเฉพาะเพื่อคุ้มครองพื้นที่เหล่านี้ หนึ่งในกฎหมายสำคัญคือ Canada National Parks Act

Canada National Parks Act กฎหมายฉบับนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ ปกป้องและรักษาอุทยานแห่งชาติให้คงสภาพธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยให้อำนาจรัฐบาลกลางในการดูแลพื้นที่อุทยานทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึงแหล่งท่องเที่ยวชื่อดัง เช่น
- Banff National Park
- Jasper National Park
- Gros Morne National Park
- และอุทยานแห่งชาติอีกหลายสิบแห่งทั่วแคนาดา
ภายใต้กฎหมายนี้ มีหลักการสำคัญ 3 ประการ ได้แก่
1. มาตรการปกป้องสภาพแวดล้อมตามธรรมชาติ อุทยานแห่งชาติถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์เป็นอันดับแรก ไม่ใช่พื้นที่เชิงพาณิชย์ เป้าหมายคือรักษาสภาพแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติดั้งเดิมมากที่สุด
- ห้ามทำลายป่าไม้ พืช หรือภูมิประเทศ
- ห้ามนำสิ่งของจากธรรมชาติออกนอกพื้นที่ (เช่น หิน ดอกไม้)
- ควบคุมการก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐานอย่างเข้มงวด
2. การจำกัดกิจกรรมที่กระทบต่อระบบนิเวศ กิจกรรมท่องเที่ยวในอุทยานถูกควบคุมอย่างชัดเจน เช่น
- จำกัดพื้นที่ตั้งแคมป์
- จำกัดจำนวนผู้เข้าชมในบางเส้นทาง
- ห้ามใช้ยานพาหนะนอกเส้นทาง
- ห้ามให้อาหารสัตว์ป่า หรือเข้าใกล้สัตว์ในระยะอันตราย
มาตรการเหล่านี้ช่วยลดความเครียดของสัตว์ป่า ป้องกันอุบัติเหตุ และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ
3. ส่งเสริมการใช้พื้นที่อย่างรับผิดชอบ (Responsible Use) กฎหมายไม่ได้ห้ามการท่องเที่ยว แต่เน้นการท่องเที่ยวอย่าง
เคารพธรรมชาติ
- ส่งเสริมแนวคิด Leave No Trace (มาอย่างไร กลับไปอย่างนั้น)
- สนับสนุนกิจกรรมเชิงอนุรักษ์ เช่น เดินป่า ดูสัตว์ป่าอย่างมีระยะห่าง
- ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวผ่านศูนย์บริการอุทยานและเจ้าหน้าที่
ผลที่นักท่องเที่ยวควรรู้และปฏิบัติ สำหรับนักท่องเที่ยว การมีกฎหมายนี้หมายความว่า
- ต้อง เดินตามเส้นทางที่กำหนดเท่านั้น
- ต้อง เก็บขยะออกจากพื้นที่ หรือทิ้งให้ถูกจุด
- หลีกเลี่ยงการส่งเสียงดังหรือรบกวนสัตว์ป่า
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อุทยานอย่างเคร่งครัด
แม้กฎเหล่านี้อาจดูเข้มงวด แต่มีเป้าหมายเพื่อให้ธรรมชาติยังคง สวยงาม ปลอดภัย และสมบูรณ์ สำหรับทั้งนักท่องเที่ยวในปัจจุบันและคนรุ่นต่อไปในอนาคต
3. แผนลดโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของแคนาดา
แคนาดาเป็นหนึ่งในประเทศที่ประกาศจุดยืนชัดเจนในการรับมือกับ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) โดยรัฐบาลได้จัดทำ แผนปฏิบัติการด้านสภาพภูมิอากาศ (Climate Action Plan) เพื่อควบคุมและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในทุกภาคส่วนของประเทศ

เป้าหมายหลักของแผนด้านสภาพภูมิอากาศ แผนของรัฐบาลแคนาดามีเป้าหมายระยะกลางและระยะยาวที่ชัดเจน ได้แก่
- ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 45–50% จากระดับปี 2005 ภายในปี 2035
- มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emissions) ภายในปี 2050
- ใช้มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ เช่น นโยบายกำหนดราคาคาร์บอน (Carbon Pricing) กับอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ (Canada)
เป้าหมายเหล่านี้สะท้อนว่าแคนาดาไม่ได้มองปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องในอนาคต แต่เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องจัดการตั้งแต่วันนี้
มาตรการสำคัญที่นำมาใช้ เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย รัฐบาลแคนาดาดำเนินมาตรการหลายด้าน เช่น
- การกำหนดราคาคาร์บอน
อุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกในปริมาณมากต้องรับผิดชอบต้นทุนด้านสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ภาคธุรกิจหันมาใช้เทคโนโลยีสะอาดมากขึ้น - การส่งเสริมพลังงานสะอาด
สนับสนุนการใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลม แสงอาทิตย์ และไฟฟ้าพลังน้ำ - การพัฒนาเมืองและระบบขนส่งสีเขียว
เมืองใหญ่ได้รับการสนับสนุนให้พัฒนารถไฟฟ้า รถบัสพลังงานสะอาด และโครงสร้างพื้นฐานที่ลดการใช้พลังงานฟอสซิล
ผลกระทบและความหมายต่อนักท่องเที่ยว สำหรับนักท่องเที่ยว นโยบายด้านสภาพภูมิอากาศของแคนาดาส่งผลโดยตรงต่อประสบการณ์การเดินทาง เช่น
- ระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นักท่องเที่ยวสามารถใช้รถไฟ รถบัสไฟฟ้า หรือระบบขนส่งที่ปล่อยคาร์บอนต่ำได้อย่างสะดวก - ที่พักและแหล่งท่องเที่ยวที่เน้นความยั่งยืน
โรงแรมและสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากปรับตัวเพื่อลดการใช้พลังงานและลดคาร์บอนฟุตพรินต์ - กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ (Sustainable & Eco Tourism)
มีการส่งเสริมกิจกรรมที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อย เช่น เดินป่า ดูธรรมชาติ ปั่นจักรยาน และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้
นักท่องเที่ยวเองก็มีบทบาทสำคัญ เช่น
- เลือกใช้ขนส่งสาธารณะ
- ลดการใช้พลังงานในที่พัก
- สนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
4. แนวคิดและนโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของแคนาดา
แคนาดามองว่าการท่องเที่ยวไม่ควรเป็นภาระต่อสิ่งแวดล้อมหรือชุมชน แต่ควรเป็น พลังเชิงบวกที่ช่วยสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและธรรมชาติ องค์กรระดับชาติอย่าง Destination Canada จึงได้กำหนดหลักการสำคัญว่า
“Tourism as a Force for Good”
หรือ “การท่องเที่ยวต้องเป็นพลังแห่งสิ่งที่ดี”
แนวคิดนี้ถูกนำไปใช้เป็นกรอบการทำงานในการพัฒนานโยบายท่องเที่ยวของประเทศ ไม่ใช่เพียงการประชาสัมพันธ์เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเท่านั้น
เป้าหมายหลักของการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ภายใต้นโยบายของ Destination Canada มีเป้าหมายสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
1. ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ภาคการท่องเที่ยวถูกผลักดันให้ โรงแรม บริษัททัวร์ และแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากต้องปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
- ลดการใช้พลังงานและน้ำ
- ลดของเสียและการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
- ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนจากกิจกรรมท่องเที่ยว

2. สนับสนุนเศรษฐกิจและชุมชนท้องถิ่น นโยบายท่องเที่ยวของแคนาดาให้ความสำคัญกับ การกระจายรายได้สู่ชุมชน ไม่กระจุกอยู่แค่เมืองใหญ่
- ส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กและผู้ประกอบการท้องถิ่น
- สนับสนุนสินค้า งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่น
- พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวรองเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหานักท่องเที่ยวล้นพื้นที่
แนวคิดนี้ช่วยให้ชุมชนมีรายได้อย่างยั่งยืน และนักท่องเที่ยวได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างแท้จริง
3. การทำงานร่วมกับชุมชนพื้นเมือง (Indigenous Communities) แคนาดาให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของ ชนพื้นเมือง (Indigenous Peoples) ในการวางแผนท่องเที่ยว
- เคารพสิทธิ วัฒนธรรม และความรู้ดั้งเดิม
- สนับสนุนการท่องเที่ยวที่ดำเนินการโดยชุมชนพื้นเมือง
- ให้ชุมชนเป็นผู้กำหนดแนวทางการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ของตนเอง
สิ่งนี้ช่วยลดความขัดแย้ง และสร้างความเข้าใจทางวัฒนธรรมระหว่างนักท่องเที่ยวกับเจ้าของพื้นที่
จากนโยบายสู่การปฏิบัติจริง นโยบายการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของแคนาดา ไม่ใช่แค่คำสวยหรูทางการตลาด แต่ถูกขับเคลื่อนผ่านแผนปฏิบัติจริง เช่น
- การตั้งเป้าลดคาร์บอนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว
- การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมของโครงการท่องเที่ยวใหม่
- การให้การรับรองธุรกิจท่องเที่ยวที่ผ่านมาตรฐานด้านความยั่งยืน
- การให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวเกี่ยวกับการเดินทางอย่างรับผิดชอบ
5. สิ่งที่นักท่องเที่ยวควรทำเพื่อรักษ์โลกในแคนาดา
แม้แคนาดาจะมีกฎหมายและนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มแข็งเพียงใด แต่ การท่องเที่ยวจะยั่งยืนได้จริงก็ต่อเมื่อนักท่องเที่ยวมีส่วนร่วม การปรับพฤติกรรมเล็ก ๆ ระหว่างการเดินทาง สามารถช่วยลดผลกระทบต่อธรรมชาติและชุมชนได้อย่างมาก ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติสำคัญที่นักท่องเที่ยวควรรู้และทำตาม
1. ปฏิบัติตามหลัก “Leave No Trace” หลัก Leave No Trace คือหัวใจของการท่องเที่ยวธรรมชาติในแคนาดา หมายถึง
“มาอย่างไร กลับไปอย่างนั้น ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในธรรมชาติ”
แนวปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่
- ไม่ทิ้งขยะ เศษอาหาร หรือสิ่งของใด ๆ ในพื้นที่ธรรมชาติ
- เดินและทำกิจกรรมเฉพาะบนเส้นทางที่กำหนด เพื่อป้องกันการทำลายพืชและหน้าดิน
- เคารพสัตว์ป่า ไม่ให้อาหาร ไม่เข้าใกล้ และไม่รบกวนถิ่นอาศัย
- ช่วยกันรักษาความสะอาดของอุทยานและแหล่งธรรมชาติ
การปฏิบัติตามหลักนี้ช่วยรักษาระบบนิเวศ และทำให้พื้นที่ธรรมชาติยังคงสวยงามสำหรับนักท่องเที่ยวรุ่นต่อไป
2. เลือกเข้าพักที่โรงแรมและที่พักที่มีมาตรฐานความยั่งยืน ที่พักเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่ใช้พลังงานและน้ำสูง แคนาดาจึงมีการรับรองมาตรฐานด้านความยั่งยืน เช่น
- Green Key
- EarthCheck
ที่พักที่ได้รับการรับรองเหล่านี้มักมี
- ระบบจัดการพลังงานและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ
- การลดขยะและการรีไซเคิล
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นักท่องเที่ยวสามารถมีส่วนช่วยรักษ์โลกได้ง่าย ๆ เพียงเลือกที่พักที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม

3. สนับสนุนธุรกิจและชุมชนท้องถิ่น การใช้บริการจากธุรกิจท้องถิ่น เช่น
- ร้านอาหารท้องถิ่น
- โฮมสเตย์
- ทัวร์ชุมชนหรือไกด์ท้องถิ่น
ไม่เพียงช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชน แต่ยังช่วย
- ลดการปล่อยคาร์บอนจากการขนส่งสินค้าระยะไกล
- รักษาอัตลักษณ์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของพื้นที่
การท่องเที่ยวเช่นนี้ช่วยให้เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
4. ลดการใช้ทรัพยากรและพลังงาน นักท่องเที่ยวสามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น
- ใช้น้ำและไฟอย่างประหยัดในที่พัก
- เลือกใช้ขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟ รถบัส
- ใช้จักรยานหรือเดินเท้าในเมืองที่เอื้ออำนวย
- ลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียว
พฤติกรรมเล็ก ๆ เหล่านี้สอดคล้องกับนโยบายลดคาร์บอนของแคนาดา และช่วยลดรอยเท้าคาร์บอนจากการท่องเที่ยวได้จริง
5. เรียนรู้และเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่รวมถึง
- การเคารพผู้คน
- วัฒนธรรม
- และวิถีชีวิตของชุมชนในพื้นที่
นักท่องเที่ยวควร
- ศึกษาขนบธรรมเนียมและข้อปฏิบัติของท้องถิ่น
- เคารพชุมชนพื้นเมืองและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
- ปฏิบัติตัวอย่างสุภาพและมีความรับผิดชอบ
สิ่งนี้ช่วยสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน และทำให้การท่องเที่ยวเป็นประสบการณ์ที่มีคุณค่าอย่างแท้จริง
สรุปบทความ
แคนาดาเป็นประเทศที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนในทุกมิติ ตั้งแต่กฎหมายระดับประเทศไปจนถึงพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน นโยบายสำคัญอย่าง Canadian Environmental Protection Act (CEPA) ช่วยควบคุมมลพิษและคุ้มครองคุณภาพอากาศ น้ำ และดิน ขณะที่ Species at Risk Act มุ่งปกป้องสัตว์ป่าและพืชที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์
ในด้านพื้นที่ธรรมชาติ แคนาดามีกฎหมาย Canada National Parks Act เพื่อรักษาอุทยานแห่งชาติและระบบนิเวศให้คงความสมบูรณ์ พร้อมกำหนดกฎระเบียบการท่องเที่ยวอย่างเข้มงวดเพื่อป้องกันผลกระทบต่อธรรมชาติ นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและมุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2050
ภาคการท่องเที่ยวของแคนาดาถูกขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Tourism as a Force for Good” โดยเน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สนับสนุนชุมชนท้องถิ่น และทำงานร่วมกับชนพื้นเมืองอย่างเคารพซึ่งกันและกัน นักท่องเที่ยวเองก็มีบทบาทสำคัญ ผ่านการปฏิบัติตามหลัก Leave No Trace เลือกที่พักที่ยั่งยืน ใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด และเคารพวัฒนธรรมท้องถิ่น
การเข้าใจและปฏิบัติตามนโยบายรักษ์โลกเหล่านี้ ไม่เพียงช่วยให้การท่องเที่ยวในแคนาดายั่งยืน แต่ยังทำให้นักท่องเที่ยวมีส่วนร่วมในการรักษาธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของคนรุ่นต่อไปอย่างแท้จริง

